ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง เพลงลาวเซิ้ง (ลักษณะของบทเพลงไทย)

ใบความรู้ที่ 2
เรื่อง เพลงลาวเซิ้ง
ลักษณะของบทเพลงไทย                                                                               
                  ลักษณะของบทเพลงไทยมีหลากหลายวรรคเป็นบท และหลายบาทเป็นบท โดยลักษณะของบทเพลงไทยสามารถจำแนกได้ ดังนี้
1. วรรค
                  ส่วนหนึ่งทำนองเพลงที่กำหนดโดยความยาวของจังหวะหน้าทับ ทำนองเพลง 1 วรรค มีความยาวเท่ากับ 1 จังหวะหน้าทับ
2. ท่อน
                  ทำนองเพลงที่มีความยาวตั้งแต่ 2 วรรค ขึ้นไป ที่นำมาเรียบเรียงติดต่อกันเป็นส่วนหนึ่งของเพลง
3. จับ
                  มีความหมายเดียวกับ “ท่อน” แต่ใช้เรียกทำนองเพลงเชิดนอกที่ใช้ปี่นอกบรรเลงประกอบการแสดงหนังใหญ่ โดยการแสดงแต่ละครั้งคนเชิดจะเชิดหนังจับออกมา 3 คู่ ในแต่ละคู่ ผู้บรรเลงปี่นอกจะต้องบรรเลงเพลงเชิดนอก 1 จับ ดังนั้น ในการบรรเลงเพลงเชิดนอกที่ถูกต้อง จึงต้องบรรเลงให้ครบทั้ง 3 จับ
4. ตัว
                  มีความหมายเดียวกับ “ท่อน” และ “จับ” ต่างกันเพียง “ตัว” ใช้สำหรับเรียกสัดส่วนของเพลงบางประเภท ได้แก่ เพลงตระ และเพลงเชิดต่างๆ ยกเว้นเพลงเชิดนอกที่เรียกเป็น “จับ” อีกทั้งเพลงที่นับเป็นตัวจะมีลักษณะพิเศษ คือ ทำนองตอนท้ายของทุกตัวนั้นจะลงท้ายเหมือนกัน
5. เพลง
                  ทำนองที่ดุริยกวีได้ประพันธ์ขึ้นจินตนาการของตนหรือแรงบันดาลใจ โดยจะมีจังหวะช้าหรือเร็วหรือยาวไม่เท่ากัน แต่แบบแผนที่ถูกต้องของเพลงไทยโบราณ คือ ท่อนหนึ่งควรมีความยาวไม่น้อยกว่า 2 จังหวะหน้าทับ

เพลงไทย สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้
1) เพลงขับร้อง คือ เพลงที่ประพันธ์ขั้นสำหรับดนตรีบรรเลงร่วมกับการขับร้อง ได้แก่
1. เพลงเถา
                เพลงๆเดียวที่บรรเลงหรือขับร้องติดต่อกันโดยมีอัตราจังหวะลดหลั่นกัน ตั้งแต่อัตราจังหวะ
3 ชั้น (ช้า) 2 ชั้น (ปานกลาง) และชั้นเดียว (เร็ว) เช่นเพลงราตรีประดับดาวเถา เป็นต้น
2. เพลงตับ
                เพลงหลายๆ เพลงที่นำมาบรรเลงหรือขับร้องต่อเนื่องกัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ตับเพลง เป็นเพลงที่นำมาบรรเลงหรือขับร้องต่อเนื่องกัน โดยต้องเป็นเพลงที่มีอัตราจังหวะเดียวกัน เช่น เพลงตับต้นเพลงฉิ่ง 3 ชั้น ประกอบด้วยเพลงต้นเพลงฉิ่ง 3 ชั้น เพลงจระเข้หางยาว 3 ชั้น เพลงตวงพระธาตุ 3 ชั้น และเพลงนกขมิ้น 3 ชั้น เป็นต้น และตับเรื่อง คือ เพลงที่นำมาบรรเลงหรือขับร้องต่อเนื่องกัน โดยมีบทร้องเป็นเรื่องราวเดียวกัน เช่น ตับคาวี เป็นต้น
3.เพลงเกร็ด
                เพลงที่นำมาบรรเลงหรือขับร้องอิสระ ไม่จำเป็น ต้องบรรเลงหรือขับร้องร่วมกับเพลงอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่บทร้องบรรยายเกี่ยวข้องกับธรรมชาติการชมความงาม การอวยพรหรือเป็นคติสอนใจ เช่น เพลงเขมรไทรโยค เพลงแขกสาหร่าย 2 ชั้น เป็นต้น               
                 
2) เพลงบรรเลง คือ เพลงที่ประพันธ์ขึ้นเฉพาะสำหรับเครื่องดนตรีบรรเลง ได้แก่
1. เพลงโหมโรง
                    เป็นเพลงที่ใช้บรรเลงเป็นเพลงแรกก่อนการบรรเลงหรือการแสดงจะเป็น เช่น เพลงโหมโรงคลื่นกระทบฝัง เป็นต้น
2. เพลงหน้าพาทย์
                    เป็นเพลงชั้นสูงที่ใช้บรรเลงในพระราชพิธี พิธี หรืองานที่ต้องการแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์หรือความขลังหรือบรรเลงประกอบกิริยาอาการต่างๆ ของผู้แสดงโขนหรือละคร เช่น เพลงตระนิมิต เป็นต้น
3. เพลงเรื่อง
                    เป็นเพลงที่นำมาบรรเลงติดต่อกันโดยใช้บรรเลงประกอบพิธีต่างๆ ไม่มีการขับร้องมาเกี่ยวข้อง เช่น เพลงเรื่องทำขวัญ เป็นต้น
4. เพลงหางเครื่อง
                    เป็นเพลงที่บรรเลงต่อท้ายเพลงใหญ่อาจมีสำเนียงเดียวกับเพลงใหญ่หรือเป็นเพลงหางเครื่องที่กำหนดไว้ประจำเฉพาะซึ่งเพลงส่วนใหญ่มีทำนองสั้นๆและมีจังหวะสนุกสนาน
5. เพลงออกภาษา
                    เป็นเพลงที่มีสำเนียงภาษาต่างๆ ที่บรรเลงติดต่อกันหลังจากบรรเลงเพลงแม่บทจบ โดยมีลักษณะคล้ายเพลงหางเครื่อง ต่างกันตรงที่มิได้บรรเลงเพียงสำเนียงใดสำเนียงหนึ่ง เช่น เมื่อบรรเลงเพลงเทพบรรทมจบ นิยมบรรเลงออกด้วยเพลงสิบสองภาษา เริ่มด้วยสำเนียงจีน เขมร ตะลุง และพม่า จากนั้นจะเลือกบรรเลงเพลงสำเนียงแขก ฝรั่ง ญี่ปุ่น ลาว ญวน ข่า เงี้ยว เพลงใดต่อก่อนก็ได้ ทั้งนี้เพลงออกภาษาอาจหมายถึงเพลงที่มีสำเนียงภาษสอดแทรกอยู่ในทำนองเพลงก็ได้ เช่น เพลงพม่าห้าท่อน เป็นต้น
6. เพลงลูกหมด

                    เป็นเพลงที่มีทำนองสั้น จังหวะเร็ว แสดงนัยว่า เพลงที่บรรเลง นั้นจะจบลงแล้ว











เอกสารอ้างอิง

กันยารัตน์  เจริญจิตต์. (2555).  สื่อประสม. สืบค้น 15 กรกฎาคม 2558, จาก  http://pnru3math53.blogspot.com/2012/09/blog-post_6644.html 

ณาตยา ฉาบนาค. (2551). คู่มือการใช้งาน Microsoft Word 2007. กรุงเทพฯ : สวัสดี ไอที.
นัตติมา กวนพา. (2553). ครบเครื่องเรื่องงานออฟฟิตด้วย โปรแกรมดัง = Top microsoft office2010. กรุงเทพฯ : NetDesign.

หนูม้วน ร่มแก้ว. (2551:218). เทคโนโลยีการศึกษาหลักการและแนวคิดสู่ปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : สืบค้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2555.

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ใบความรู้ที่ 8 เรื่อง เพลงลาวเซิ้ง (ฝึกร้องวรรคที่ 3,4)

ใบความรู้ที่ 7 เรื่อง เพลงลาวเซิ้ง (ฝึกร้องวรรคที่ 1,2)

ใบความรู้ที่ 5 เรื่อง เพลงลาวเซิ้ง (ฝึกร้องและเอื้อนตามทำนอง)